Innovation

Colnago Handmade in Cambiago, Italy

author : | 15 Nov 2019
View : 1,017
Colnago Handmade in Cambiago, Italy

Colnago Handmade in Cambiago, Italy

Sport Bicycle

Ernesto Colnago

เปิดร้านประกอบจักรยานแบบ Custom ที่ Milan ในปี 1954 ผู้ชื่นชอบการแข่งจักรยานได้เปิดร้านของตัวเองเมื่อช่วงวัยหนุ่ม ตั้งแต่มีอายุเพียง 20 ปี ครอบครัวของ Ernesto Colnago ประกอบอาชีพด้านการเกษตร แต่ Ernesto Colnago นั้นไม่ชื่นชอบการเป็นชาวไร่ชาวนา เขาชอบการร่วมกับทีมแข่งจักรยานเดินทางไปแข่งขันยังที่ต่างๆ ทั่วยุโรป เมื่อเริ่มเข้าฝึกงานโดยเป็นผู้ช่วยช่างเชื่อมจักรยานในร้านจักรยาน Gloria เมื่อมีอายุ 13 ปี พร้อมๆ เริ่มเข้าแข่งขันจักรยานในรายการต่างๆ จุดเริ่มต้นที่ทาให้ Ernesto เบนเข็มเข้าสู่วงการจักรยานแข่ง

colnago_01

คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ Ernesto มีอายุได้ 7 ขวบ เด็กน้อยที่ฝักใฝ่กับรถสองล้อปั่นได้รับจักรยานเก่าเป็นของขวัญจากครอบครัว Ernesto Colnago ตั้งชื่อให้กับจักรยานคันแรกของตัวเองว่า Perla (Perla ในภาษาอิตาลีหมายถึง Pearl หรือไข่มุก) ปี 1951 Ernesto Colnago ประสบอุบัติเหตุขาหักระหว่างแข่งขันจักรยาน การบาดเจ็บขั้นรุนแรงจากการแข่งรถสองล้อทาให้ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 50 วัน อาการบาดเจ็บทาให้ Ernesto ต้องทางานประกอบล้อให้กับทาง Gloria อยู่ที่บ้าน ในช่วงเวลาที่บาดเจ็บ Ernesto Colnago ก็ได้เริ่มต้นคิดถึงกิจการจักรยานของตนเอง

colnago_02

ในช่วงเวลาเดียวกับที่เริ่มกิจการของตนเอง Ernesto Colnago ได้เข้าร่วมเป็นช่างให้กับทีมแข่ง Nivea ซึ่งในขณะนั้นมี Faliero Masi เป็นหัวหน้าทีมช่างอยู่ จนในที่สุด Ernesto Colnago ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมช่างของทีม Molteni และเมื่อนักประกอบจักรยานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่าง Ernesto Colnago ได้พบกับนักปั่นจักรยานดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์อย่าง Eddy Merckx ตานานนักปั่นระดับท็อปของวงการสองล้อ ชื่อของทั้งคู่ก็เริ่มถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของวงการจักรยานแข่งระดับโลก

colnago_03

Ernesto Colnago เริ่มมีชื่อเสียงในการตัดเฟรมจักรยานให้กับนักแข่งชื่อดังหลายคน เข้าสู่ปี 1972 Eddy Merckx มีแผนที่จะสร้างสถิติการปั่นจักรยานให้ได้ระยะทางไกลที่สุดภายในเวลา 1 ชั่วโมง (Hour Record) และเพื่อการสร้างสถิติครั้งนี้ Ernesto Colnago เริ่มโปรเจกต์การออกแบบองศาเฟรมขึ้นใหม่ และทดลองใช้ท่อซึ่งรีดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้เฟรมที่มีน้าหนักเบาที่สุด ในขณะที่ยังคงความแข็งแรงพอที่จะรองรับการสปรินท์ที่ดุเดือดของ Eddy Merckx 25 ตุลาคม 1972 ที่เวโลโดมใน New Mexico ที่มีระดับความสูงจากน้าทะเล 2,300 เมตร Eddy Merckx ทาสถิติได้ที่ระยะทาง 49.431 กิโลเมตร เป็นสถิติที่ไม่มีใครสามารถทาลายได้เป็นเวลายาวนานถึง 12

colnago_04

 

เฟรมที่ Merckx ใช้ในวันนั้นกลับไม่มีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Colnago เลย กลับเป็นเฟรมสีส้มประจาของทีม Molteni ที่มีลวดลายประจาของแบรนด์จักรยาน Winsor ของ Mexico และมีชื่อของ Eddy Merckx ติดไว้บนท่อล่างของเฟรม ซึ่งว่ากันว่าตรงนี้เองที่ทาให้เกิดความไม่พอใจระหว่าง Eddy Merckx และ Ernesto Colnago ในปีต่อมา Eddy Merckx ตอกย้าความไม่ลงรอยนี้ด้วยการใช้เฟรมของ Ugo De Rosa ซึ่งเคยประกอบเฟรมให้กับ Merckx ในช่วงที่สังกัดทีม Faema ก่อนย้ายเข้าสู่ทีม Molteni และในปีเดียวกันนั้นเอง Columbus ปล่อยภาพโฆษณาที่มี Eddy Merckx และ Ugo De Rosa ยืนคู่กัน และในภาพยังมีการถือเฟรมสีส้มของ Molteni อีกด้วย ภาพนี้เองที่ทาให้เกิดความสับสนว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ประกอบเฟรมที่ Merckx ใช้ทาสถิติ Hour Record ระหว่าง Colnago และ De Rosa

colnago_05
colnago_06

Ernesto Colnago ตอบโต้ความสับสนนั้นด้วยการออกเฟรมซีรีส์ใหม่ Colnago Mexico ที่มีลวดลายของ Decals คล้ายกับเฟรมที่ Eddy Merckx ใช้ในการทาสถิติ Hour Record นอกจากนั้นเฟรมซีรีส์ Mexico นี้ยังใช้ท่อ Columbus Record ที่มีน้าหนักเบาที่สุดที่ Columbus เคยผลิตมา (Columbus KL) Mexico ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1974 ถึงปี 1979 อีกทั้งยังมีการผลิตรุ่นพิเศษอย่าง Mexico Oro สีทองที่ผลิตขึ้นเพียงห้าเฟรมเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นได้มอบให้กับพระสันตะปาปา John Paul II จากการที่ Mexico Oro สีทองถูกสร้างขึ้นเพียงห้าเฟรมเท่านั้น ในยุคหลังจึงมีการปลอมแปลงเกิดขึ้น จุดนี้เองครับที่ทาให้มีผู้รู้ได้ออกมาบอกถึงความแตกต่างของ Colnago Mexico และ Colnago Super นั่นก็คือ Mexico จะไม่มีการแสตมป์ Colnago ที่ Seat stays

colnago_07

เรื่องราวของเฟรมรุ่นต่างๆ ของ Colnago อีกหลายรุ่นทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น Oval CX หรือเฟรมคาร์บอนที่ร่วมมือกับ Ferrari นอกจากนี้ยังมีเฟรมซีรีส์ Titan ซึ่งน้อยคนจะรู้ว่า Colnago เคยทาเฟรมไทเทเนียม โดยออกมาพร้อมกันทีเดียวสามรุ่นคือ Oval Titan, Bi Titan และ Mono Titan

colnago_08

Ernesto Colnago เลือกชื่อ La Freccia (The Arrow) ให้กับจักรยานในยุคแรกๆ ที่ผลิตขึ้น ในช่วงปี 50s-60s La Freccia ยังไม่เป็นที่รู้จักจึงถูกผลิตขึ้นเป็นจานวนไม่มากนัก จนกระทั่ง Ernesto Colnago เข้าร่วมกับทีม Molteni ในฐานะช่างประจาทีม Colnago Super Freccia ก็กลายเป็นรถประจาทีมของ Molteni จนกระทั่งถึงปี 1970 Michele Dancelli ชนะ Milan - San Remo ด้วยเฟรม Colnago La Primavera (The spring) หลังจากที่นักแข่งขาวอิตาเลียนห่างหายจากชัยชนะในรายการนี้มาหลายปี Ernesto Colnago จึงนาเอาสัญลักษณ์ดอกจิก ที่สื่อความหมายถึงดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิมาเป็นสัญลักษณ์ของ Colnago ในปีนั้นเอง (La Primavera เป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการของทัวร์ Milan-San Remo Colnago จึงนาชื่อนี้มาเป็นชื่อรุ่นของเฟรมที่ใช้ในการแข่งขันนี้ด้วย)

colnago_09
colnago_10
colnago_11
colnago_12
colnago_13 

ความสาเร็จที่แลกมาด้วยการฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการเป็นตัวอย่างที่ดีสาหรับคนสู้ชีวิตที่มีชื่อว่า Ernesto Colnago ปัจจุบัน แบรนด์จักรยานสัญชาติอิตาเลียนยี่ห้อนี้ มีรถเสือหมอบคุณภาพสูงซึ่งเกิดจากการพัฒนาเฟรม ผนวกกับการคิดค้นปรุงแต่งสร้างเฟรมจักรยานด้วยวัสดุที่มีความทันสมัย คาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงที่ผสมกับอะไหล่ระดับพรีเมี่ยมพวกเกียร์ จานรวมถึงแฮนด์และคอ ทาให้รถเสือหมอบยี่ห้อนี้ก้าวขึ้นไปยืนแป้นจักรยานเสือหมอบที่มีผู้คนนิยมติดอันดับต้นๆ ของวงการ

Colnago C60

Colnago C60 คือจักรยานเสือหมอบเฟรมคาร์บอนรุ่นใหม่จาก Colnago สาหรับความพิเศษของ C60 คือการคิดค้นกะโหลกแบบ Thread Fit เฟรมของ C60 เจ้าของสามารถสั่งให้วัดขนาดของท่อเฟรมก่อนการประกอบ เพื่อความต้องการจักรยานแข่งที่เข้ากับสรีระเรือนร่างของเจ้าของอย่างแท้จริงและถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันของนักปั่นคนนั้นดีขึ้นจากการวัดขนาดเรือนร่างนักปั่นก่อนที่จะตัดท่อเฟรมแล้วนามาประกอบขึ้นเป็นรถทั้งคัน เฟรมของ Colnago C60 ผนวกเอาความคลาสสิกในองศาของเฟรมแข่งรุ่นเก่ามาผสมผสานกับงานวัสดุศาสตร์ได้อย่างลงตัว เฟรมที่อวบอ้วนกับท่อกะโหลกขนาดใหญ่เน้นไปที่ความแข็งแรง ตัวเฟรมของรถรุ่นนี้ยังมีให้เลือกถึง 5 ขนาด รวมถึงการวัดตัวสั่งตัดเฟรมเหมือนตัดชุดสูทกันเลยทีเดียว

colnago_14

Colnago C60 เป็นเฟรมที่พัตนามาจากรุ่น C50 และ C59 โดยที่วัสดุจะเป็น Full Carbon ซึ่งจริงๆแล้วหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Colnago เป็นแบรนด์จักรยานแบรนด์แรกที่ผลิตเฟรม Carbon ออกมาใช้ โดยการร่วมมือกันระหว่าง Ernesto Colnago ผู้ก่อตั้งแบรนด์กับแบรนด์อย่าง Ferrari ที่มีความรู้และเทคโนโลยี เกี่ยวกับ Carbon อยู่เพรียบพร้อมในยุคหลายทศวรรษก่อนนั้น Colnago จะพัฒนารุ่นคลาสสิค หรือ C Serie ทุกๆประมาณ 10 ปี แต่ C59 จะเป็นตัวที่ฉลองให้กับ Thomas Voeckler นักปั่นที่ครองเสื้อหลองใน Tour de France อยู่หลายสเตจ  โรงงานที่ Cambiago จะมีคนงานอยู่ในหลักไม่กี่สิบคน เนื่องจากเฟรม Colnago ต้องการความปราณีตจีงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะมีคนเยอะๆแต่ไม่ชานาญการผลิต ขั้นตอนแรกคือการวัดและตัดท่อต่างๆ หรือเรียกว่า Tube Mating โดยที่ท่อของ Colnago C60 จะไม่มีท่อที่เป็นวงกลม เพราะว่าการทดสอบทาให้เห็นว่าท่อทรงเหลี่ยมจะมีความ Stiff ที่มากกว่า การเก็บงานในแต่ละส่วนให้ได้องศาและขนาดที่ถูกต้องถือว่าเป็นเรื่องสาคัญของการเพิ่มสมรรถนะของจักรยาน Colnago ยังคงความคลาสสิคโดยการใช้ Lug ในการทาจักรยานCarbon ให้เหมือนจักรยานวินเทจสมัยก่อน โดยที่ Lug จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างท่อต่างๆของเฟรมเข้าด้วยกัน ในขั้นตอนของการประกอบ หรือ Frame Assemble Colnago จะใส่ใจทุกรายละเอียด โดยที่การเป็น Handmade จะช่วยให้เห็นถึงจุดผิดพลาดและแก้ไขได้ทันทีหลังจากประกอบเสร็จแล้วจะเป็นการเข้าอบ "Oven“ เพื่อให้กาวที่อยู่ตามข้อต่อติดกันแน่นและทนนาน หลังจากที่เสร็จแล้วจะถึงขั้นตอนการเก็บรายละเอียดหรือ Finisihing ไม่ว่าจะเป็นการเจาะรูสายเบรก สายเกีย หรืออะไรต่างๆ รวมถึงเก็บรอยข้อต่อของแต่ละส่วนที่เชื่อมกันให้เนียนขึ้น

Colnago Strada SL

Colnago Strada SL จักรกลจักรยานที่สร้างขึ้นให้คล้ายกับตัวแข่งแต่มีราคาถูก เพื่อนักปั่นเบี้ยน้อยหอยน้อยเงินไม่เยอะจะได้ไขว่คว้าหารถหมอบแบรนด์สัญลักษณ์ดอกจิกมาครอบครองไว้ปั่นเล่นกับผองเพื่อนคอเดียวกัน เฟรมและท่อตะเกียบของ Colnago Strada SL ออกแบบได้อย่างไร้ที่ติติง ตะเกียบคาร์บอนไฟเบอร์ซางอะลูมิเนียมเสริมความแกร่งแต่อาจไม่นิ่มนวลซับแรงได้ดีเท่ากับตะเกียบคาร์บอนไฟเบอร์แท้ๆ ท่อคอ ท่อนั่งหรือกระโหลกสูงกว่าเสือหมอบทั่วไปเล็กน้อย ส่งผลไปถึงการบังคับควบคุมในสไตล์ตัวแข่ง น้าหนัก 8.86 กิโลกรัมไม่หนักมากจนเกินไป

colnago_15

Colnago AC-R

Colnago AC-R รถจักรยานเสือหมอบรุ่นนี้ ลอกเลียนแบบองศาของเฟรมในรุ่น M10 แต่มีราคาที่ถูกกว่า เจ้า AC-R วางเฟรมสีขาวสลับดา เน้นความดุดันด้วยสติกเกอร์สัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน ท่อล่างออกแบบโดยใช้รูปทรงสามเหลี่ยมที่แปลกตา เฟรมท่อล่างมีขนาดที่ใหญ่โตเพื่อเพิ่มความแกร่งในการรับแรง ช่องกะโหลกขนาดใหญ่ ตะเกียบโซ่กับตะเกียบนั่งแบบเชื่อมติดกัน ทาให้โครงสร้างที่ออกแบบเป็นชิ้นเดียวในส่วนท้ายของ AC-R มีความแข็งแรงสูงมาก สาหรับท่อคอนั้นมีความสูง 181 มิลลิเมตร องศาแบบรถแข่งและเฟรมที่ขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์เกรดสูง ตะเกียบคาร์บอนซับแรงกระแทกได้ดี จานหน้าของ Shimano R565 อานและหลักอานจาก Colnago เบรคของ Colnago X-Brake การออกแบบท่อตะเกียบที่ตรงมากยิ่งขึ้นให้การตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้ไวขึ้น น้าหนัก 8.93 กิโลกรัมของ Colnago AC-R จึงเหมาะกับการเอาไว้ซ้อมปั่นทางยาวมากกว่าจะเอามาใช้สาหรับการแข่งขัน เนื่องจากล้อ Colnago Artemis นั้นมีน้าหนักมากเกินไป จักรยานเสือหมอบ Colnago AC-R นั้นเป็นรถที่มีพื้นฐานดีมาก เพียงแต่อะไหล่และชิ้นส่วนบางชิ้นมีน้าหนักมากเกินไปจนไม่เหมาะที่จะเอามาใช้แข่ง แต่หากเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ให้มีน้าหนักที่เบาขึ้น มันจะกลายเป็นสองล้อตัวแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ Colnago เคยสร้างออกมาเลยทีเดียว

Colnago C59 Italia

Colnago C59 Italia เทพแห่งจักรยานในประเภทถนนสาหรับการแข่งขันทางไกล นี่คือ Colnago C59 Italia น้าหนัก 6.62 กิโลกรัม เฟรมของมันผลิตขึ้นรูปด้วยการจัดเรียงแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ และแยกขายเฉพาะเฟรมพร้อมตะเกียบ หรือขายแบบสาเร็จรูปทั้งคัน กรุ๊ปเซตของ Campagnolo Super Record คุณจะได้ก้านเบรกมือทาจากคาร์บอน การสับเปลี่ยนอัตราทดในชุดเกียร์ขั้นเทพของ Campagnolo มีความลื่นไหลเป็นที่ตั้ง เป็นตัวอย่างที่ดีของชุดเกียร์ที่ทางานได้อย่างสมบูรณ์แบบเต็มประสิทธิภาพ ชุดล้อ FSA Team Issue มีน้าหนักที่เบามาก จับคู่กับยางซิ่ง Continental Gatorskin หลักอานคาร์บอน แฮนด์และคออะลูมินั่มอัลลอยจาก Colnago น้าหนักที่เบาของ Colnago C59 Italia เหมาะกับการแข่งขันจักรยานทางไกลที่มีช่วงปั่นขึ้น-ลงเขาที่สูงชันและต้องการความสามารถของรถแข่งในระดับสูงสุด จักรยาน Colnago C59 Italia

FAST, FIRM AND COMFORT Colnago Concept จักรยาน aero ระดับแข่งขันที่สร้างมาเพื่อสู้ศึกตลาดจักรยาน aero และยังเป็นการพัฒนาจักรยาน full aerodynamic จากเดิมที่เคยปล่อย aero all-around อย่าง V1r มาเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ Colnago เองก็มีการคิดค้น และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไป 30ปี ก่อนในปี ค.ศ. 1986 Colnago เป็นหนึ่งในผู้เริ่มนาคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในจักรยานถนน โดยได้ร่วมมือกับ Ferrari ผู้นาด้านนวัตกรรมยานยนต์ รถจักรยานคันดังกล่าวถูกเรียกว่า “Concept” ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกนามาผลิตก็ตาม แต่ความรู้ในด้าน Carbon ก็ถูกส่งต่อมายังตานานอย่าง Colnago C40 ซึ้งเป็นเฟรมจักรยาน carbon รุ่นแรกที่ขึ้นสายการผลิต เพื่อจาหน่ายให้คนทั่วไป

แต่ Colnago เองก็มีการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไป 30 ปี ก่อนในปี ค.ศ. 1986 Colnago เป็นหนึ่งในผู้เริ่มนาคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในจักรยานถนน โดยได้ร่วมมือกับ Ferrari ผู้นาด้านนวัตกรรมยานยนต์ รถจักรยานคันดังกล่าวถูกเรียกว่า “Concept” ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกนามาผลิตก็ตาม แต่ความรู้ในด้าน Carbon ก็ถูกส่งต่อมายังตานานอย่าง Colnago C40 ซึ้งเป็นเฟรมจักรยาน carbon รุ่นแรกที่ขึ้นสายการผลิต เพื่อจาหน่ายให้คนทั่วไป

เวลาล่วงเลยมาถึง 30 ปี กับ Colnago Concept ตัวล่าสุดที่ใช้ชื่อเดียวกันกับรถต้นแบบ และแน่นอนว่า ศิลปะและสุนทรียภาพของ Colnago ก็ถูกถ่ายทอดมาเช่นเดียวกัน Colnago Concept ถูกทดสอบในอุโมงค์ลมแล้วพิสูจน์ได้ว่า Colnago Concept เร็วกว่ารุ่นพี่ทั้งสองคน ไม่ว่าจะเป็น C60 หรือ V1-r

Colnago Concept

เป็นจักรยาน Pure Aero คันแรกของค่ายดอกจิก แน่นอนว่าประสิทธิภาพก็ถูกออกแบบมาให้ท้าชนกับจักรยาน Aero ในตลาดอย่างเช่น Canyon Aeroad, Specialized Venge ViAS หรือ Trek Madone จักรยานเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของนักแข่งอาชีพ หรือแม้กระทั้งนักปั่นสมัครเล่นที่ไม่ได้ลงรายการแข่งขันแต่ชื่นชอบในความเร็วของ จักรยาน Aero

แน่นอนว่า Colnago Concept มีความสามารถในระดับแข่งขันที่ความเร็วสูงได้อย่างแน่นอน เมื่อเฟรมที่มีความ Stiff อย่าง Colnago Concept ถูกจับคู่กับล้อคาร์บอนขอบสูง และด้วยน้าหนักของรถอยู่ที่ 7.2kg ทาให้ Colnago Concept คันนี้เป็นรถที่ทามาเพื่อความสนุกในด้านความเร็วโดยเฉพาะ

Concept “เร็ว” ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะ ไต่เขา, ลงเขา, ทางราบ หรือแม้กระทั้งถนนที่ไม่ราบเรียบอย่างประเทศไทย, Concept เป็นรถที่ปั่นสนุกโดยเฉพาะในความเร็วสูง เช่นเดียวกับจักรยาน Aero ดีๆที่มักจะกระตุ้นให้เรากดบันไดให้สุดแรง

Concept เป็นรถที่รู้สึก “กระชับ” เวลาปั่น ตัวเฟรมและตะเกียบมีความ stiff สร้างความมั่นใจได้ว่า Concept ตอบสนองตามสั่งทั้งยามกดบันได หรือการควบคุมจากแฮนด์ Concept ตอบสนองต่อร่างกายนักปั่นได้ดี ไม่ว่าจะสปริ้นท์ระเบิดเนิน หรือทิ้งดิ่งผ่านโค้งลงหุบเขา

"ความเร็วและการแข่งขัน" ไม่ได้เป็นจุดเด่นเพียงจุดเดียวของ Concept, ความสบาย และสุนทรียภาพในการปั่น เป็นอีกจุดเด่นของ Concept ทาให้สามารถปั่นระยะทางไกลๆได้โดยที่ร่างกายไม่ล้าจากการสะเทือน โดยเฉพาะแรงสะเทือนที่กระทบหลังช่วงล่างตอนเจอคอสะพาน หรือพื้นถนนที่ชารุด โดยปกติช่วงหน้าของจักรยาน Aero ระดับแข่งขัน มักจะมีความแข็งกระด้าง แต่ด้วยชุดคอที่ออกแบบพิเศษจาก Colnago ทาให้ช่วงหน้าของ Concept นุ่มสบายกว่าจักรยาน Aero อื่นๆ

Firm, Fast and Comfort

Concept ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปแม้ในเส้นทางที่สภาพพื้นผิวถนนไม่ดีนัก “อย่าเข้าใจผิดว่า Concept เป็นจักรยาน Aero ที่ย้วยนะครับ” ถ้าจะให้นิยาม “กระชับ” ดูจะเหมาะกับ Concept มากกว่า ใครที่มองหาจักรยานโดยเน้นความสบายมาอันดับแรก ผมว่าจักรยาน Aero คงไม่อยู่ในหัวคุณแน่ๆ แต่สาหรับนักปั่นที่ชื่นชอบจักรยาน Aero แต่แอบอยากได้ความสบายด้วย Colnago Concept น่าจะตอบโจทย์ได้ดีครับ

เมื่อนา Colnago C60 กับ Colnago Concept มาจอดคู่กัน ก็จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ในขณะที่ C60 ดูคลาสสิก เนี้ยบ, และแค่มองก็รู้สึกถึงสุนทรียภาพยามปั่น แต่กับ Concept ที่ดูแตกต่างออกไป กับรูปร่างที่ดูลู่ลม ตัดผ่านอากาศที่ปะทะได้อย่างดี และทาเวลาได้เร็วกว่าบนทางราบเพียงแค่มองดูทั้งสองคันจอดเทียบกัน แต่ถึงแม้ว่า Concept จะทาตัวเลขได้อีกว่า แต่กับ C60 ที่จะให้ความสนุก, ความมีชีวิตชีวาและความนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Colnago C60

ในแง่การควบคุมทั้ง Concept และ C60 ตอบสนองคล้ายๆกัน เนื่องจากทั้งสองคันมีมิติรถที่แทบจะเหมือนกันเลยทีเดียว นั้นรวมไปถึงองศาท่อคอ 71.92 องศา ที่ให้ทั้งความมั่นคงและยังคงเข้าโค้งได้อย่างกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะในความเร็วสูงและการลงเขาของ Concept ที่เร็วและสั่งได้ ในความเร็วต่า Concept ก็ยังคงว่องไวผ่านโค้งแคบๆในเส้นทางชนบทได้อย่างสบาย และยังรับมือกับการไต่เขายาวๆ หรือเนินชันๆได้เป็นอย่างดี แม้ว่า Concept จะไม่ได้ออกแบบมาในด้านนั้นก็ตาม

การทดสอบในอุโมงค์ลมของ Colnago แสดงให้เห็นว่า Concept นั้นเร็วกว่าทั้ง C60 และ V1-r โดยผลทดสอบแสดงให้เห็นว่า Concept สามารถใช้พลังงานน้อยกว่า C60 ถึง 20 วัตต์ที่ความเร็ว 50 kph และใช้พลังงานน้อยกว่า V1-r 4 วัตต์ที่ความเร็ว 50 kph

เเท็กที่เกี่ยวข้อง